ใครที่เป็นแฟนลิเวอร์พลูต้องบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว ถึงตอนนี้ก็คงจะต้องยอมรับความจริงได้แล้วนะ ว่าทีมลิเวอร์พลูคงจะไม่มีลุ้นแล้วและก็คงจะลุ้นไม่ขึ้นจริง ๆ ไม่ว่านัดนี้หรือว่านัดไหน คงจะต้องปล่อยไปตามทางก่อนช่วงนี้ ทีมลิเวอร์พลูกำลังอยู่ในช่วงขาลง อุตส่าห์คิดว่าการได้เปลี่ยนโค้ชคนใหม่แล้ว อาจจะทำให้ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พลูกลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง แต่เปล่าเลยมันก็ได้เพียงแค่คิดไปเองเท่านั้น กุนซืออย่าง เคนนี่ ดัลกริซ คุมทีมลิเวอร์พลูเล่นในพรีเมียร์ลีกนัดแรก ในรอบ 12 ปี พาลิเวอร์พูลไปแพ้แบล็คพลูได้เสียนี้ สำหรับเมื่อคืนนี้ 12 มกราคม แพ้แบล็คพลู 1 ประตูต่อ 2 ถึงเคนนี่ ดัลกริซ จะยืนเคียงข้างกับผู้ช่วยอย่าง สตีฟ คราก โค้ชคนใหม่ก็ไม่สามารถช่วยลิเวอร์พลูได้ ทั้ง ๆ ที่ขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก ตั้งแต่ 2 นาทีกว่า ๆ จากลูกยิงของเฟอร์นานโด ตอร์เรส หลุดเข้าไปยิงเป็นประตูให้ลิเวอร์พลูขึ้นนำก่อน เป็นลูกยิงมุมแคบซึ่งยาก แต่เฟอร์นานโด ตอร์เรสยิงได้ดีมาก ลิเวอร์พลูออกสตาร์ทนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0 แต่ถึงนาทีที่ 12 กองหลังของลิเวอร์พลูก็หลวม ปล่อยให้ แกรี่ เทเลอร์ เฟร็ทเชอร์ หลุดเข้าไปยิงเป็นประตู ให้แบล็คพลูไล่มาตีเสมอเป็น 1 ประตูต่อ 1 ครึ่งหลังในนาทีที่ 69 แบล็คพลูก็มาได้ประตูที่ 2 จาก ดั๊ดลี่ย์ แคมป์เบลล์ โหม่งจ่อ ๆ แค่ 6 หลา แบบไม่มีใครประกบ กองหลังลิเวอร์พลูประกบไม่ดี ทำให้แบล็คพลูขึ้นนำเป็น 2 ประตูต่อ 1 หลังจากนั้นในเวลาที่เหลือก็ไม่มีประตูเพิ่มอีก จบเกมทำให้แบล็คพลูแซงเอาชนะลิเวอร์พลูไป 2 ประตูต่อ 1 ชนะลิเวอร์พลูทั้งในบ้านและนอกบ้านเป็นครั้งแรกในฤดูกาลตั้งแต่ปี 1946 -1947 ทั้งที่แบล็คพลูเป็นทีมที่เล่นในบ้านแย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก จาก 7 เกมในลีก ชนะแค่ 2 ครั้ง และก็ต้องดีใจกับแบล็คพลูด้วย ตอนนี้ลำดับของแบล็กพลูก็แซงขึ้นไปด้วย ขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 9 ส่วนลิเวอร์พลูลงมาอยู่อันดับที่ 13 ห่างโซนตกชั้น 4 คะแนนเท่าเดิม
นึกถึงรอย ฮ็อดจ์สัน นะ คงได้ดูเกมนี้ด้วย ก็คงจะต้องนึกในใจบ้างละว่าเป็นอย่างไร คิดว่าเปลี่ยนโค้ชและจะทำให้ทีมดีขึ้นหรอ มันก็คงจะไม่เหมือนกับตอนที่เขาคุมทีมหรอก เคนนี่ ดัลกริซ ซึ่งคุมทีมมา 2 นัดแพ้รวดทั้ง 2 นัด ไม่รู้ว่าพูดปลอบใจตัวเองและลูกทีมหรือเปล่า เขาบอกว่าถึงจะแพ้ ก็ยังเห็นความทุ่มเทและพยายามของลูกทีมขาดก็แค่ความมั่นใจ มันคงจะไม่ใช่ความมั่นใจอย่างเดียวหรอก มันอยู่ในช่วงขาลงในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พลูไม่มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์แล้ว ลุ้นแค่ว่าอย่าอยู่ในโซนตกชั้น 3 อันดับสุดท้ายก็พอ ไม่อย่างนั้นมีสิทธิ์กลับบ้านเก่าไปเล่นในดิวิชั่น 1 แน่นอน ซึ่งทีมระดับบิ๊กอย่างนี้ถ้ากลับไปเล่นในดิวิชั่น 1 อับอายขายขี้หน้าอย่างแรง คงจะต้องมาดูว่าตั้งแต่ที่ได้โค้ชคนใหม่อย่างเคนนี่ ดัลกริซ มาคุมทีมลิเวอร์พลูจะมีความมุ่งมันกระหายในชัยชนะหรือไม่ ทีมก็คงจะต้องพยายามทำงานหนักให้มากขึ้นกว่านี้ เพื่อเรียกเอาความมั่นใจกลับคืนมา แต่เคนนี่ ดัลกริซก็เพิ่งจะเข้ามาคุมซ้อมกับทีมได้แค่ 3 วัน คงยังจะต้องทำความรู้จักกับลูกทีมให้มากกว่านี้อีกสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าหากว่ายังทำทีมให้ฟอร์มการเล่นกลับมาดีขึ้นไปกว่านี้ไม่ได้ อนาคตก็คงจะไม่ต่างกับโค้ชคนก่อนอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะห่างหายในการคุมทีมมานานถึง 12 ปี แต่เราก็เชื่อว่าฝีมือมันก็คงจะต้องมีอยู่แล้ว ไม่ไปไหนอย่างแน่นอน แต่อาจจะต้องปรับให้มันเข้ากับยุคสมัยเท่านั้นเอง บอลการเล่นมันก็คงจะไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนักหรอก การคุมทีมก็คงจะแล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มันมากกว่า แถมเขาก็ยังมีผู้ช่วยอย่าง สตีฟ คราก มาช่วยอีกแรงด้วย อดีตก็เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชของโชเซ่ มูรินโย่ ที่ตอนนั้นคุมเชลซี และก็เพิ่งจะคว้าตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี 2010 ในการประกาศผลรางวัลฟีฟ่า บัลลง ดอร์ ซึ่งตอนนี้ก็คุมทีมรีลมาดริดอยู่
มาเข้าเรื่องลิเวอร์พลูกันต่อดีกว่า ในวันอาทิตย์นี้ 16 มกราคม ลิเวอร์พลู จะเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ที่แอนฟิลด์ ซึ่งก็คงจะไม่น่ามีเหตุการณ์อะไรพลิกล็อกหรอก ใครที่ชอบแทงบอลชุดจงเชียร์เอฟเวอร์ตัน เอฟเวอร์ตันต้องชนะแน่นอน 2 ประตูต่อ 1 ต่อให้ประธานสโมสรอย่างจอร์น เฮนรี่ และศรีภรรยาเข้ามาดูด้วย ลิเวอร์พลูก็คงจะไม่ชนะหรอก บางครั้งเชียร์ทีมตรงข้ามอาจจะทำให้ลิเวอร์พลูชนะก็ได้นะ สำหรับใครที่เป็นแฟนหงส์แดงจะทำแบบนี้แล้วท่านจะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึกแต่ประการใด อย่างน้อยก็ได้ทำใจตั้งแต่เริ่มเกม ก็ดูอย่างนัดที่ลิเวอร์พลูเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสิ นาทีแรกแท้ ๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ขึ้นนำเสียแล้ว นักเตะในสนามยังไม่ได้สัมผัสลูกฟุตบอลทุกคนเลย อันนี้สร้างความชอกช้ำให้กับบรรดาแฟนหงส์แดงตั้งแต่นาทีแรก ต่อไปนี้เราจะเชียร์ทีมตรงข้ามที่เล่นกับลิเวอร์พลูบางที่จะทำให้ลิเวอร์พลูกลับมาชนะก็ได้ จะพยายามหาวิธีทางที่จะให้ลิเวอร์พลูกลับมาชนะและห่างโซนอันตรายให้ได้มากกว่านี้